< หน้าหลัก / หนังสือหายากอิเล็กทรอนิกส์ / หนังสืออ่านนิทานไทยเรื่องที่3พระสังข์ทอง >

หนังสืออ่านนิทานไทยเรื่องที่3พระสังข์ทอง

หนังสืออ่านนิทานไทยเรื่องที่3พระสังข์ทอง

เนื้อหาอย่างย่อ

เรื่องนิทานไทยชุดนี้ พระองค์เจ้าธานี กระทรวงธรรมการมีรับสั่งให้รวบรวมเรียบเรียงขึ้นเป็นแบบเรียนจากหนังสือปัญญาสชาดกฉบับพิมพ์ของหอพระสมุดสำหรับพระนครด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ 1 หนังสือปัญญาสชาดกเป็นนิทานชุดหนึ่งซึ่งพระภิกษุชาวเชียงใหม่แต่งขึ้นเป็นภาษาบาลี เลียนแบบชาดกแห่งมัธยมประเทศเข้าใจว่า ได้เค้าเรื่อง อันมีมาแต่ปรัมปราทั้งในประเทศลาวและมัธยมประเทศตามคำนวล น้ำทางคำนวณ ตามทางคำนวณ ดูคำนำปัญญาสชาดกภาค 1 พ.ศ 2467 ว่าจะได้แต่งขึ้นระหว่างพุทธศักราช 2000 ถึง 2200 ปีเพราะฉะนั้นจึงเป็นตัวอย่างอันหนึ่งแห่งฝีปากของคนไทยในสมัยที่ล่วงมาแล้ว นับว่าเป็นเพื่อนหนึ่งในประวัติแห่งวรรณคดีสยามใช่แต่เท่านั้นนิทานในหนังสือนี้ จะได้เล่าต่อๆไปแพร่หลายจนหลายเรื่องได้เป็นเครื่องส่งเสริมกวีโบราณให้เขียนละครกาพย์หรือฉันขึ้นจากเนื้อเรื่องแห่งชาดกชุดนี้เช่นพระสมุทรโฆษ พระสุธนพระสังข์ทองสรรพสิทธิ์พระเจ้าสี่เสาร์  และพระรถเสน นับว่าเป็นวรรณคดีที่ได้ให้กำเนิดแก่นิพนธ์ชิ้นเอกอีกหลายชิ้น ซึ่งเรายังอ่านกันอยู่แม้ทุกวันนี้เพราะฉะนั้นจึงสมควรที่จะรวบรวมบางเรื่องที่ได้ให้กำเนิดแก่กวีนิพนธ์มาไว้อ่านดูบ้างเพื่อนนักวรรณคดีจะได้เปรียบเทียบเรื่องเก่ากับเรื่องใหม่ได้ความรู้โดยตรงและโดยปริยายต่อไปแต่ความมุ่งหมายส่วนใหญ่ก็เพื่อจะเผยแพร่เรื่องนิทานของไทยเราให้แพร่หลายเป็นเกียรติยศแก่ชาติอันเป็นปัจจัยที่จะเพาะความนับถือชาติใดอันหนึ่งสองผู้ใดไข้จะใช้หนังสือเช่นนี้เป็นประโยชน์แล้วจะต้องเข้าใจว่าวิสัยอ่านหนังสือเรื่องโบราณ  ไม่ลืมว่าเขาเขียนสำหรับคนต่างสมัยกับเรามีทุนทางวิทยาศาสตร์ผิดกันกับสมัยนี้ ซึ่งจะมองปราดเดียวเห็นความอันใดที่พ้นสมัยเสื้อไม่ได้หรือ แล้วเลยลงโทษว่าเป็นของใช้ไม่ได้นั้นจัดบ้านไม่รู้จักอ่านหนังสือการแสดงฤทธิ์เดชต่างๆเช่นเหาะเหินเดินอากาศเป็นต้นนั้นเป็นวิธีการซึ่งท่านคิดประดิษฐ์ ขึ้นให้วิจิตรพิสดารตามลัทธินิยมของนักประพันธ์ครั้งโบราณเราควรยกให้แก่ผู้แต่งโดยนัยเดียวกัน กับเราอ่านเรื่องรามเกียรติ์ฉะนั้นชาดกชุดนี้ปัญหาที่ว่าจะเป็นพระพุทธวจนะย่อมไม่มีและโดยเหตุนั้นตัวเอกในเรื่องที่กล่าวว่าเป็นพระโพธิสัตว์ก็ ต้องนับว่าเป็นแต่เพียงเครื่องอุปกรณ์ของเรื่องเพื่อให้บรรจุพระพุทธภาษิตลงได้สนิทเท่านั้นแท้จริงถึงชาดกชั้นดีเช่นทศชาตินักปราชญ์ผู้รู้ก็ได้พิสูจน์แล้วว่ามิใช่เป็นพระพุทธวจนะ แต่เป็นเขาเรื่องปรัมปราของพวกอารยะตั้งแต่เดิมเรื่องจึงมีทั้งทางยุโรปเช่นทางเช่นนิทานอีสปและเอเชียเช่นชาดกแต่หากมีวิธีเล่าเรื่องผิดกันไปเท่านั้นคือทางอาเซียนเอามาใช้เป็นบทสอนในพระพุทธศาสนาโดยอ้างเอาตัวเอกของเรื่องนั้นไเป็นพระโพธิสัตว์ซึ่งหมายความว่าพระพุทธเจ้าได้ไปบังเกิดเนื้อซึ่งนับว่าเป็นวิธีดียิ่งในการสอนศาสนาพุทธพระตามธรรมดาการสอนจรรยาถ้าจะสอนถึงแต่เพียงว่า แต่เพียงบอกว่าทำอย่างนั้นไม่ได้ทำอย่างนี้ดีแล้วผลที่จะได้ก็เป็นดังรอยมีดที่กรีดน้ำเมือกรีดแล้วเราก็หายไปวิธีที่ดี จึงต้องถูกเป็นเรื่องขึ้นให้ผู้ฟังรู้สึกสลดใจและดีใจในข้อที่ผิดและชอบทางบุคคลในเรื่องที่ผูกขึ้นซึ่งเป็นเหมือนกับได้ฟังเรื่องจริงๆแล้วทำให้อ่านอยู่ทำให้ฟังอยู่ในใจไม่รู้ลืมไม่รู้จะลืมวิธีสอนพุทธสุภาษิตด้วยเรื่องชาดกก็เป็นทำนองนี้


หมวด: หนังสือหายาก
วันที่รับเข้า: 06/03/2018